[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Narongrit.net & Powered by เว็บไซต์เพื่อการเรียนรู้กับครูประสงค์
..:: ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อการเรียนรู้ออนไลน์ กับ คุณครูประสงค์ โสมรัตนานนท์ ::..
หน้าล็อคอิน
:

:

          ล็อคอินแบบถาวร

      



<< ตุลาคม 2557 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
 

สำหรับสมาชิกเท่านั้น

 

แหล่งเรียนรู้ครูภาษาไทย

ร้อยกรองไทย
wisdom Online ครูประสงค์
ร้อยรสพจนา
ชมรมศิลปวัฒนธรรมอีสาน

แนะนำจังหวัดสุรินทร์
ภาษาไทย ภาษาทอง
รักษ์ภาษาไทย



    ชนิดของคำไทย

     เสาร์ ที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 

Post by : เอมอร6/722ข


ให้คะแนนบทความนี้

Blog หมายเลข 327 | คะแนน Rating: 0.0/5 ดาว (จากจำนวนโหวต 0 votes)

Tag : สื่อ: เรียน: ภาษาไทย


ชนิดของคำไทย
คำในภาษาไทยจำแนกได้ 7 ชนิดคือ
คำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำบุรำบท คำสันธานและคำอุทาน
คำนาม คือคำที่ใช้เรียนชื่อคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ เช่น ครู นักปลาดินสอโต๊ะ บ้าน โรงเรียน แบ่ง 5 ชนิด ได้แก่
1.
สามานยนามได้แก่นามที่เป็นชื่อทั่ว ๆ ไป เช่นหนู ไก่ โต๊ะ บ้าน คน
2.
วิสามานนามเป็นชื่อเฉพาะ เช่น นายทอง เจ้าดำ ชื่อวัน ชื่อเดือน ชื่อจังหวัด ชื่อประเทศชื่อแม่น้ำ ชื่อเกาะ
3.
สุหนาม นามที่เป็นหมู่คณะ เช่น ฝูง โขลง กลองหรือคำที่มีความหมายไปในทางจำนวนมาก เช่น รัฐบาล องค์กร กรม บริษัท
4.
ลักษณนามเป็นคำนามที่บอกลักษณะของนาม มักใช้หลังคำวิเศษที่บอกจำนวนนับ เช่น ภิกษุ 4 รูปนาฬิกา 4 เรือน
5.
อาการนาม คือ นามที่เป็นชื่อกริยาอาการในภาษามักใช้คำว่าการและ ความนำหน้า เช่น การนั่งการกิน ความดีความจน
คำนามที่อยู่ในประโยคจะทำหน้าที่ได้ทั้งเป็นประธานและกริยาของประโยค เช่น
ประโยค ประธาน กริยา กรรม
ม้าวิ่ง ม้า วิ่ง -
นักเรียนไปโรงเรียน นักเรียนไป โรงเรียน
แมวจับหนู แมว จับ หนู
ครูทำโทษสมชาย ครู ทำโทษ สมชาย
แบบฝึกหัดที่ 1
ชื่อ……………………………………เลขที่……………
คำชี้แจงให้ขีดเส้นใต้ คำนาม แล้วนำไปเขียนลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
1.
หาญเรียนหนังสือ
2.
หมากัดแมวลุงขายอาหาร
3.
รถจักรยนต์ชนกำแพง
4.
วิชัยอ่านบทดอกสร้อย
5.
ผีเสื้อตอมดอกไม้
6.
นายพรานยิ่งวัวกระทิง
7.
ตำรวจต่อสู้กับโจร
8.
ครูสอนนักเรียน
คำนามทำหน้าที่ประธานคำนามทำหน้าที่กรรม
1
2
3
4
5
6
7
8
คำสรรพนาม
คำสรรพนาม คือคำที่ใช้แทนคำนาม เช่น ผม ฉัน หนู เธอ คุณข้าพเจ้าเขา ท่าน มัน เป็นต้น แบ่งเป็น 6 ชนิดได้แก่
1.
บุรุษสรรพนามคือคำนามที่ใช้แทนชื่อ เวลาพูดกัน
บุรุษที่ 1 ใช้แทนผู้พูด เช่นผมฉันข้าพเจ้า
บุรุษที่2 ใช้แทนผู้ฟัง เช่นคุณ เธอ
บุรุษที่ 3 ใช้แทนผู้กล่าวถึงเช่นเขา มัน
2.
ประพันธสรรพนามคือคำสรรพนามที่ใช้แทน(เชื่อม)คำนามที่อยู่ข้างหน้า ได้แก่ คำว่า ที่ ซึ่ง อันเช่น
คนที่ออกกำลังกายเสมอร่างการมักแข็งแรง
อเมริกาซึ่งเป็นเจ้าภาพแข่งขันชกมวยกำลังมีชื่อเสียงทั่วโลก
มีดอันที่อยู่ในครัวคมมาก
3.
นิยมสรรพนาม ได้แก่สรรพนามที่กำหนดความให้รู้แน่นอนได้แก่ นี่ นั่น โน่น หรือ นี้นั้น โน้นเช่น
นี่เป็นเพื่อนของฉัน
นั่นอะไรน่ะ
โน่นของเธอ
ของเธออยู่ที่นี่
4.
อนิยมสรรพนาม ได้แก่สรรพนามที่แทนสิ่งที่ไม่ทราบคือไม่ชี้เฉพาะลงไปและไม่ได้กล่าวในเชิงถาม หรือสงสัย ได้แก่ ใคร อะไร ไหน ใดเช่น
ใครขยันก็สอบไล่ได้
เขาเป็นคนที่ไม่สนใจอะไร
5.
ปฤจฉสรรพนามได้แก่สรรพนามใช้เป็นคำถาม ได้แก่คำ อะไร ใคร ที่ไหน แห่งใด ฯลฯเช่น
ใครอยู่ที่นั่น
อะไรเสียหายบ้าง
ไหนละโรงเรียนของเธอ
6.
วิภาคสรรพนาม หมายถึงคำสรรพนามที่ใช้แทนคำนามซึ่งแสดงให้เห็นว่านามนั้นจำแนกออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ ต่างบ้าง กันเช่น
นักเรียนต่างก็อ่านหนังสือ
เขาตีกัน
นักเรียนบ้างเรียนบ้างเล่น
แบบฝึกหัดที่ 2
ชื่อ……………………………………..เลขที่………………….
คำชี้แจง ให้เต็มคำสรรพนามที่กำหนดให้ลงในช่องว่างให้ได้ใจความถูกต้อง
1. แดงเป็นนักเรียน……….จึงต้องเรียน
2.
เธอจะอยู่กับแม่หรือ…………….จะอยู่กับยาย
3.
แม่ของ…………….ทำงานอะไรคุณจึงต้องไปรับทุกวัน
4.
แมวของฉันน่ารักมาก……………..ชอบจับหนู
5.
คุณครูครับ………ขออนุญาตเข้าห้องเรียน
6.
ผมพร้อมแล้ว………….ไปโรงเรียนกันเถอะ
7.
หนังสือของเขาหาย เขาจึงต้องซื้อ……….ใหม่
8.
สุชาติเล่นฟุตบอลตากแดด ………….เลยป่วยมาโรงเรียนไม่ได้
คำกริยา
คำกริยา คือ คำแสดงอาการของนาม สรรพนาม แสดงการกระทำของประโยค เช่นเดิน วิ่ง เรียน อ่าน นั่ง เล่น เป็นต้น แบ่งเป็น 4 ชนิด
1.
สกรรมกริยาคือคำกริยาที่ต้องมีกรรมรับ เช่น
ฉันกินข้าว
เขาเห็นนก
2.
อกรรกริยาคือคำกริยาที่ไม่ต้องมี่กรรมมารับก็ได้ความสมบูรณ์ เช่น
เขานั่ง
เขายืน
3.
วิกตรรถกริยา คือ คำกริยาที่ไม่มีความหมายในตัวเองใช้ตามลำพังแล้วไม่ได้ความต้องมีคำอื่นมาประกอบจึงจะได้ความ ได้แก่ เหมือน เป็นคล้าย เท่า คือเช่น
ผมเป็นนักเรียน
คนสองคนนี้เหมือนกัน
ลูกคนนี้คล้ายพ่อ
ส้ม 3 ผลใหญ่เท่ากัน
เขาคือครูของฉันเอง
4.
กริยานุเคราะห์คือคำกริยามี่ไม่มีความหมายในตัวเองทำหน้าที่ช่วยกริยาให้มีความหมายชัดเจนขึ้นได้แก่คำ จง กำลัง จะ ย่อม คง ยัง ถูก นะเถอะ เทอญ ฯลฯ เช่น
แดงจะไปโรงเรียน
เขาถูกตี
รีบไปเถอะ
แบบฝึกหัดที่ 3
ชื่อ…………………………………เลขที่……………..
คำชี้แจง ให้เติมคำกริยาลงในช่องว่าง ให้ประโยคได้ใจความสมบูรณ์ถูกต้อง
1.
นักเรียน…………….หนังสือ
2.
นกน้อย………อยู่บนท้องฟ้าไปในที่ต่าง ๆ
3.
ม้าแข่ง………..เร็วมากจนได้อันดับที่ หนึ่ง
4.
ไก่…………….ในตอนเช้าปลุกให้เราตื่น
5.
หมา……………ไก่ในเล้าจนตาย
6.
ผีเสื้อ………..น้ำหวานดอกไม้
7.
ผึ้ง……….เจ็บปวดมาก
8.
เขาเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายรถไม่………
9.
สำราญ………ขี่จักรยานไปโรงเรียน
10.
เขา…………ชุดนักเรียนจนสะอาด
11.
ครู………….นักเรียนให้อ่านได้
12.
ฝน…………หนักมากจนน้ำท่วมไร่นา
13.
ลม……….แรงจนต้นไม้หัก
14.
ตำรวจ………….คนร้ายจนตาย
คำวิเศษณ์
คำวิเศษณ์ คือคำที่ใช้ขยายคำอื่นให้ได้ใจความชัดเจนยิ่งขึ้น แบ่งออกเป็น 10 ชนิดคือ
1.
ลักษณะวิเศษณ์ บอกลักษณะ เช่น สูง ใหญ่ ดำ อ้วน ผอม แคบ หวาน เค็ม กว้าง
2.
กาลวิเศษณ์ บอกเวลา เช่น เช้า สาย บ่าย เย็น ดึก เดี๋ยวนี้ โบราณ
3.
สถานวิเศษณ์บอกสถานที่ เช่น ใกล้ ไกล บน ล่าง
4.
ประมาณวิเศษณ์ บอกจำนวน เช่น หนึ่ง สองน้อย มาก ทั้งหมด ทั้งปวง บรรดา
5.
นิยมวิเศษณ์ บอกความแน่นอน เช่น นี่ นี้ โน่นนั้น
6.
อนิยมวิเศษณ์ บอกความไม่แน่นอน เช่น กี่ อันใด ทำไม อะไร ใคร
-
กี่คนก็ได้
-
ใครทำก็ได้
-
เป็นอะไรก็เป็นกัน
-
คนอื่นไม่รู้ไม่เห็น
7. ปฤจฉาวิเศษณ์ บอกความเป็นคำถาม เช่น
-
แม่จะไปไหน
-
เธออายุเท่าไร
-
แกล้งเขาทำไม
-
ไยจึงไม่มา
8.
ประติชฌาวิเศษณ์ (บอกการตอบรับ) มีคำว่า คะครับ จ้ะ จ๋า ขา ฯลฯ
9.
ประติเศษวิเศษณ์ แสดงความปฏิเสธ เช่น ไม่ ไม่ใช่ หามิได้บ่
10.
ประพันธวิเศษณ์ แสดงหน้าที่เชื่อมประโยค เช่น ที่ ซึ่ง อัน
-
เขาพูดอย่างที่ใคร ๆ ไม่คาดคิด
-
เธอเดินไปหยิบหนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะ
-
ของมีจำนวนมากอันมิอาจนับได้
แบบฝึกหัดที่4
ชื่อ……………………………………เลขที่…………
ให้เลือกคำวิเศษณ์ที่กำหนดให้เติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
นั้น บน ใคร ทั้งหมด ที่ เช้า ครับ อ้วน เท่าไร ไม่ใช่
1. หมูกินอาหารมากจึง…………
2.
ในตอน…………..เราต้องรีบตื่นนอนไปโรงเรียน
3.
อยู่……….โต๊ะมีหนังสือวางอยู่หลายเล่ม
4.
เสื้อผ้า………..ที่จะใช้อยู่ในกระเป๋าแล้ว
5.
เรือลำ………..วิ่งเร็วมาก
6.
เลขง่ายอย่างนี้…….ก็ทำได้
7.
แม่อายุ…………….
8. ………..
แม่ผมจะไปเดี๋ยวนี้
9.
เขา…………คนขโมยดินสอของเพื่อน
10.
เขาพูดอย่าง……….ใคร ๆไม่คาดคิด
คำบุพบท
คำบุพบท คือคำที่ใช้นำหน้าคำอื่นแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1.
ไม่เชื่อมกับบทอื่น ได้แก่ คำทักทาย หรือร้องเรียน เช่น ดูกร ข้าแต่ อันว่า แน่ะเฮ้ย
2.
เชื่อมกับบทอื่น ได้แก่ โดย ของ บน
-
พวกเราเดินทางโดยรถยนต์
-
ขนมเหล่านั้นเป็นของคุณแม่
-
นกเกาะอยู่บนต้นไม้
-
เขาเดินไปตามถนน
-
ฉันเขียนหนังสือด้วยปากกา
-
เขามาถึงตั้งแต่เช้า
-
ในหลวงทรงเป็นประมุขแห่งชาติ
-
เขาบ่นถึงเธอ
-
นักโทษถูกส่งไปยังเรือนจไ
-
ครูชนบทอยู่ไกลปืนเที่ยง
-
นักเรียนอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องเรียน
-
ข้าวในนาปลาในน้ำ
-
ประชาชนทุกคนอยู่ใต้กฎหมายของบ้านเมือง
การใช้คำ กับ แก่ แด่ต่อ
กับ ใช้กับการกระทำที่ร่วมกันกระทำ
-
เขากับเธอมาถึงโรงเรียนพร้อมกัน
-
พ่อกับลูกกำลังอ่านหนังสือ
แก่ใช้นำหน้าผู้รับที่มีอายุน้อยกว่าผู้ให้ หรือเสมอกัน
-
คุณครูมอบรางวัลแก่นักเรียน
-
เขามอบของขวัญปีใหม่แก่เพื่อน
แด่ใช้นำหน้านามที่เป็นผู้รับที่มีอายุมากกว่า หรือกับบุคคลที่เคารพ
-
นักเรียนมอบของขวัญแด่อาจารย์ใหญ่
-
ฉันถวายอาหารแด่พระสงฆ์
ต่อให้ในการติดต่อกับผู้รับต่อหน้า
-
จำเลยให้การต่อศาล
-
ประธานนักเรียนเสนอโครงการต่ออาจารย์ใหญ่
-
หาคนหวังดีต่อชาติ
-
ผู้แทนราษฎรแถลงนโยบายต่อประชาชาน
แบบฝึกหัดที่5
ชื่อ…………………………………………..เลขที่……………
-----------------------------------------------------------------------------------
ให้เลือกคำกับ แก่ แก่ ต่อ เติมลงในช่องว่างให้ได้ใจความถูกต้อง
1.
ฉัน………เธอไปซื้อหนังสือด้วย
2.
เขาสารภาพ…………..หน้าครูว่าเขาทำผิดจริง
3.
แม่ให้ขนม…………..ลูก ๆ ในวันเกิด
4.
เขาส่งบัตร ส.ค.สให้………เพื่อนในวันปีใหม่
5.
แม่ถวายเครื่องไทยทาน………..พระสงฆ์
6.
พี่………..น้องช่วยกันทำอาหารเช้า
7.
ลูกเสือปฏิญาณตน………..หน้าผู้กำกับหมู่ลูกเสือ
8.
ครูแจกเสื้อผ้าให้ …………นักเรียนขาดแคลน
9.
เด็กต้องแสดงความเคารพ……………ผู้ใหญ่
10.
นักเรียนมอบของขวัญ……….ครูใหญ่
คำสันธาน
คำสันธาน คือคำเชื่อมคำ หรือประโยคเชื่อมประโยคให้ต่อเนื่องกัน มี 2 ลักษณะ คือ
1.
เชื่อมคำกับคำ เช่น พี่กับน้อง เขียนกับอ่าน ลูกและหลาน
2.
เชื่อมประโยคกับข้อความ หรือข้อความกับประโยค มี 4 ลักษณะคือ
ก. คล้อยตามกันเช่น พอล้างมือเสร็จก็ไปรับประทานอาหาร
ข. ขัดแย้งกัน เช่นแม้เขาจะขยั้นแต่ก็เรียนไม่สำเร็จ
ค. เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นเธอจะอ่านหนังสือกรหรือจะเล่น
ง. เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น เพราะรถติดเขาจึงมาสาย
แบบฝึกหัดที่ 6
ชื่อ…………………………………………เลขที่…………………
ให้เลือกคำสันธานที่กำหนดให้เติมลงในช่องว่างให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์ถูกต้อง
ก็หรือ แต่ก็ เพราะ และ แต่
1.
พอเขากับถึงบ้าง………..รีบอาบน้ำกินข้าว
2.
เธอจะเอาสมุด…………ดินสอเลือกเอาเอง
3.
แม้พ่อแม่จะขยันทำงาน…….ไม่ร่ำรวย
4.
เขาสอบได้คะแนนดี………เขาตั้งใจเรียน
5.
สุดา………มานีทำการบ้านด้วยกัน
6.
เพื่อนๆ ไม่ชอบเขา……….เขาชอบเอาเปรียบผู้อื่น
7.
คุณแม่ทำอาหาร………..คุณพ่อไปวิ่งออกกำลัง
8.
เธอจะไปห้องสมุดอ่านหนังสือกับฉัน………..ไม่
9.
กว่าแพทย์จะมาคนป่วย……….สลบไปเสียแล้ว
10.
นกน้อยทำรัง……….พอตัว
คำอุทาน
คำอุทาน คือคำที่เปล่งออกมาบอกอาการหรือความรู้สึกของผู้พูดแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1.
อุทานบอกอาการหรือบอกความรู้สึก จะใช้เครื่องหมาย อัศเจรีย์ ( ! )
กำกับข้างหลัง เช่น
อุ๊ย ! พุทโธ่ ! ว๊าย! โอ้โฮ! อนิจจา!
2.
อุทานเสริมบทเป็นคำพูดเสริมเพื่อให้เกิดเป็นคำที่สละสลวยขึ้น เช่น
-
รถรา
-
กระดูกกระเดี้ยว
-
วัดวาอาราม
-
หนังสือหนังหา
-
อาบน้ำอาบท่า
-
กับข้าวกับปลา
แบบฝึกหัดที่ 7
ชื่อ…………………………………………เลขที่…………….
ให้เขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษรหน้าข้อของคำตอบที่ถูกต้อง
1. คำนาม หมายถึงข้อใด
ก. คำเรียกชื่อทั่วไป
ข. คำเรียกชื่อเฉพาะ
ค.คำเรียกสิ่งที่มีตัวตน
ง. คำเรียกชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่
2.
คำเรียกชื่อเฉพาะเจาะจง ตรงกับข้อใด
ก. สมุหนาม
ข. อาการนาม
ค.สามานยนาม
ง. วิสามานยนาม
3.
คำนามใช้เป็นสวนใดของประโยค
ก. ประธาน
ข.กรรม
ค. บทเชื่อม บทขยาย
ง. ประธาน กรรม
4. “
สาธิตและดวงแก้วไปซื้อกับข้าวที่ตลาดลางลำพูมีวิสามานยนามกี่คำ
ก. 2 คำ
ข. 3 คำ
ค. 4 คำ
ง. 5 คำ
5.
สรรพนาม คืออะไร
ก. คำเรียกชื่อ
ข. คำบอกชื่อ
ค.คำแทนชื่อ
ง. คำและชื่อ
6.
ข้อใดเป็นสรรพนามบุรุษที่ 1
ก. เขา
ข.ท่าน
ค. ฉัน
ง. เธอ
7.
ข้อใดเป็นอกรรมกริยา
ก. ตัด
ข. ยืน
ค.ยิง
ง. จับ
8.
ข้อใดเป็นสกรรมกริยา
ก. นอน
ข. ขาย
ค. ร้องไห้
ง.วิ่ง
9.
ข้อใดมีคำสันธาน
ก. ฝนตกแต่แดดออก
ข. ของหายเมื่อวันวาน
ค.ของหายตะพายบาป
ง. เธอซื้อเสื้อจากที่ไหน
10.
ชาวนาดำนา คำว่า ดำเป็นคำชนิดใด
ก. อกรรมกริยา
ข. สกรรมกริยา
ค. สามานยนาม
ง.วิสามานยนาม
11.
ผู้ชายชอบผู้หญิงสวย สวยเป็นคำชนิดใด
ก. อกรรมกริยา
ข.สกรรมกริยา
ค. สันธาน
ง. วิเศษณ์
12. สันธาน คืออะไร
ก. คำขยาย
ข. คำเชื่อม
ค. คำบอกอาการ
ง.คำแทนผู้พูด ผู้ฟัง
13.
ข้อใดเป็นคำวิเศษณ์บอกสถานที่
ก. สำหรับ
ข.อ้วน
ค. ต่าง
ง. ชิด
14.
คำใดใช้ลักษณะนามเหมือนกัน
ก. ธนูรถยนต์
ข. บ้าน ปากกา
ค. แคน แห
ง. นาฬิกา หนังสือ
15. “แห…..นี้ชำรุดมากแล้วลักษณนามข้อใดถูกต้อง
ก. ซี่
ข. หลัง
ค.ปาก
ง. ปื้น
16.
ข้อใดเป็นอุทานแสดงความสงสัย
ก. อ้อ! รู้แล้ว
ข. โอ๊ย!เจ็บจริง
ค. โอ้โฮ! สวยจัง
ง. เอ๊ะ! ทำไมไม่เห็น
17. “
นิดไปตลาดซื้อตำลึงให้คุณแม่สัก 3 …….. นะจ๊ะ
ก. ต้น
ข. กอ
ค. กำ
ง.ใบ
18. “
บุหรี่ 1 ….มี 20….ต้องใช้ลักษณนามตามข้อใด
ก. กล่อง หีบ
ข. ซองมวน
ค. ซอง จีบ
ง. หีบ มวน
19.
ข้อใดใช้บุพบทผิด
ก. ปลาในน้ำ
ข.เขาเห็นด้วยตา
ค. ไปกับเพื่อน
ง. ถวายอาหารแด่พระสงฆ์
20.
คำกริยาในข้อใดเป็นอกรรมกริยา
ก. น้องดื่มนมทุกวัน
ข.พี่กวาดบ้านจนสะอาด
ค. คุณแม่เดินเล่นกลางสนาม
ง. น้ากวาดบ้านจนสะอาด
เฉลยแบบฝึกหัด ชุดที่ 7
1.
2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.
 
ชนิดของคำไทย
คำในภาษาไทยจำแนกได้ 7 ชนิดคือ
คำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำบุรำบท คำสันธานและคำอุทาน
คำนาม คือคำที่ใช้เรียนชื่อคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ เช่น ครู นักปลาดินสอโต๊ะ บ้าน โรงเรียน แบ่ง 5 ชนิด ได้แก่
1.
สามานยนามได้แก่นามที่เป็นชื่อทั่ว ๆ ไป เช่นหนู ไก่ โต๊ะ บ้าน คน
2.
วิสามานนามเป็นชื่อเฉพาะ เช่น นายทอง เจ้าดำ ชื่อวัน ชื่อเดือน ชื่อจังหวัด ชื่อประเทศชื่อแม่น้ำ ชื่อเกาะ
3.
สุหนาม นามที่เป็นหมู่คณะ เช่น ฝูง โขลง กลองหรือคำที่มีความหมายไปในทางจำนวนมาก เช่น รัฐบาล องค์กร กรม บริษัท
4.
ลักษณนามเป็นคำนามที่บอกลักษณะของนาม มักใช้หลังคำวิเศษที่บอกจำนวนนับ เช่น ภิกษุ 4 รูปนาฬิกา 4 เรือน
5.
อาการนาม คือ นามที่เป็นชื่อกริยาอาการในภาษามักใช้คำว่าการและ ความนำหน้า เช่น การนั่งการกิน ความดีความจน
คำนามที่อยู่ในประโยคจะทำหน้าที่ได้ทั้งเป็นประธานและกริยาของประโยค เช่น
ประโยค ประธาน กริยา กรรม
ม้าวิ่ง ม้า วิ่ง -
นักเรียนไปโรงเรียน นักเรียนไป โรงเรียน
แมวจับหนู แมว จับ หนู
ครูทำโทษสมชาย ครู ทำโทษ สมชาย
แบบฝึกหัดที่ 1
ชื่อ……………………………………เลขที่……………
คำชี้แจงให้ขีดเส้นใต้ คำนาม แล้วนำไปเขียนลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
1.
หาญเรียนหนังสือ
2.
หมากัดแมวลุงขายอาหาร
3.
รถจักรยนต์ชนกำแพง
4.
วิชัยอ่านบทดอกสร้อย
5.
ผีเสื้อตอมดอกไม้
6.
นายพรานยิ่งวัวกระทิง
7.
ตำรวจต่อสู้กับโจร
8.
ครูสอนนักเรียน
คำนามทำหน้าที่ประธานคำนามทำหน้าที่กรรม
1
2
3
4
5
6
7
8
คำสรรพนาม
คำสรรพนาม คือคำที่ใช้แทนคำนาม เช่น ผม ฉัน หนู เธอ คุณข้าพเจ้าเขา ท่าน มัน เป็นต้น แบ่งเป็น 6 ชนิดได้แก่
1.
บุรุษสรรพนามคือคำนามที่ใช้แทนชื่อ เวลาพูดกัน
บุรุษที่ 1 ใช้แทนผู้พูด เช่นผมฉันข้าพเจ้า
บุรุษที่2 ใช้แทนผู้ฟัง เช่นคุณ เธอ
บุรุษที่ 3 ใช้แทนผู้กล่าวถึงเช่นเขา มัน
2.
ประพันธสรรพนามคือคำสรรพนามที่ใช้แทน(เชื่อม)คำนามที่อยู่ข้างหน้า ได้แก่ คำว่า ที่ ซึ่ง อันเช่น
คนที่ออกกำลังกายเสมอร่างการมักแข็งแรง
อเมริกาซึ่งเป็นเจ้าภาพแข่งขันชกมวยกำลังมีชื่อเสียงทั่วโลก
มีดอันที่อยู่ในครัวคมมาก
3.
นิยมสรรพนาม ได้แก่สรรพนามที่กำหนดความให้รู้แน่นอนได้แก่ นี่ นั่น โน่น หรือ นี้นั้น โน้นเช่น
นี่เป็นเพื่อนของฉัน
นั่นอะไรน่ะ
โน่นของเธอ
ของเธออยู่ที่นี่
4.
อนิยมสรรพนาม ได้แก่สรรพนามที่แทนสิ่งที่ไม่ทราบคือไม่ชี้เฉพาะลงไปและไม่ได้กล่าวในเชิงถาม หรือสงสัย ได้แก่ ใคร อะไร ไหน ใดเช่น
ใครขยันก็สอบไล่ได้
เขาเป็นคนที่ไม่สนใจอะไร
5.
ปฤจฉสรรพนามได้แก่สรรพนามใช้เป็นคำถาม ได้แก่คำ อะไร ใคร ที่ไหน แห่งใด ฯลฯเช่น
ใครอยู่ที่นั่น
อะไรเสียหายบ้าง
ไหนละโรงเรียนของเธอ
6.
วิภาคสรรพนาม หมายถึงคำสรรพนามที่ใช้แทนคำนามซึ่งแสดงให้เห็นว่านามนั้นจำแนกออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ ต่างบ้าง กันเช่น
นักเรียนต่างก็อ่านหนังสือ
เขาตีกัน
นักเรียนบ้างเรียนบ้างเล่น
แบบฝึกหัดที่ 2
ชื่อ……………………………………..เลขที่………………….
คำชี้แจง ให้เต็มคำสรรพนามที่กำหนดให้ลงในช่องว่างให้ได้ใจความถูกต้อง
1. แดงเป็นนักเรียน……….จึงต้องเรียน
2.
เธอจะอยู่กับแม่หรือ…………….จะอยู่กับยาย
3.
แม่ของ…………….ทำงานอะไรคุณจึงต้องไปรับทุกวัน
4.
แมวของฉันน่ารักมาก……………..ชอบจับหนู
5.
คุณครูครับ………ขออนุญาตเข้าห้องเรียน
6.
ผมพร้อมแล้ว………….ไปโรงเรียนกันเถอะ
7.
หนังสือของเขาหาย เขาจึงต้องซื้อ……….ใหม่
8.
สุชาติเล่นฟุตบอลตากแดด ………….เลยป่วยมาโรงเรียนไม่ได้
คำกริยา
คำกริยา คือ คำแสดงอาการของนาม สรรพนาม แสดงการกระทำของประโยค เช่นเดิน วิ่ง เรียน อ่าน นั่ง เล่น เป็นต้น แบ่งเป็น 4 ชนิด
1.
สกรรมกริยาคือคำกริยาที่ต้องมีกรรมรับ เช่น
ฉันกินข้าว
เขาเห็นนก
2.
อกรรกริยาคือคำกริยาที่ไม่ต้องมี่กรรมมารับก็ได้ความสมบูรณ์ เช่น
เขานั่ง
เขายืน
3.
วิกตรรถกริยา คือ คำกริยาที่ไม่มีความหมายในตัวเองใช้ตามลำพังแล้วไม่ได้ความต้องมีคำอื่นมาประกอบจึงจะได้ความ ได้แก่ เหมือน เป็นคล้าย เท่า คือเช่น
ผมเป็นนักเรียน
คนสองคนนี้เหมือนกัน
ลูกคนนี้คล้ายพ่อ
ส้ม 3 ผลใหญ่เท่ากัน
เขาคือครูของฉันเอง
4.
กริยานุเคราะห์คือคำกริยามี่ไม่มีความหมายในตัวเองทำหน้าที่ช่วยกริยาให้มีความหมายชัดเจนขึ้นได้แก่คำ จง กำลัง จะ ย่อม คง ยัง ถูก นะเถอะ เทอญ ฯลฯ เช่น
แดงจะไปโรงเรียน
เขาถูกตี
รีบไปเถอะ
แบบฝึกหัดที่ 3
ชื่อ…………………………………เลขที่……………..
คำชี้แจง ให้เติมคำกริยาลงในช่องว่าง ให้ประโยคได้ใจความสมบูรณ์ถูกต้อง
1.
นักเรียน…………….หนังสือ
2.
นกน้อย………อยู่บนท้องฟ้าไปในที่ต่าง ๆ
3.
ม้าแข่ง………..เร็วมากจนได้อันดับที่ หนึ่ง
4.
ไก่…………….ในตอนเช้าปลุกให้เราตื่น
5.
หมา……………ไก่ในเล้าจนตาย
6.
ผีเสื้อ………..น้ำหวานดอกไม้
7.
ผึ้ง……….เจ็บปวดมาก
8.
เขาเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายรถไม่………
9.
สำราญ………ขี่จักรยานไปโรงเรียน
10.
เขา…………ชุดนักเรียนจนสะอาด
11.
ครู………….นักเรียนให้อ่านได้
12.
ฝน…………หนักมากจนน้ำท่วมไร่นา
13.
ลม……….แรงจนต้นไม้หัก
14.
ตำรวจ………….คนร้ายจนตาย
คำวิเศษณ์
คำวิเศษณ์ คือคำที่ใช้ขยายคำอื่นให้ได้ใจความชัดเจนยิ่งขึ้น แบ่งออกเป็น 10 ชนิดคือ
1.
ลักษณะวิเศษณ์ บอกลักษณะ เช่น สูง ใหญ่ ดำ อ้วน ผอม แคบ หวาน เค็ม กว้าง
2.
กาลวิเศษณ์ บอกเวลา เช่น เช้า สาย บ่าย เย็น ดึก เดี๋ยวนี้ โบราณ
3.
สถานวิเศษณ์บอกสถานที่ เช่น ใกล้ ไกล บน ล่าง
4.
ประมาณวิเศษณ์ บอกจำนวน เช่น หนึ่ง สองน้อย มาก ทั้งหมด ทั้งปวง บรรดา
5.
นิยมวิเศษณ์ บอกความแน่นอน เช่น นี่ นี้ โน่นนั้น
6.
อนิยมวิเศษณ์ บอกความไม่แน่นอน เช่น กี่ อันใด ทำไม อะไร ใคร
-
กี่คนก็ได้
-
ใครทำก็ได้
-
เป็นอะไรก็เป็นกัน
-
คนอื่นไม่รู้ไม่เห็น
7. ปฤจฉาวิเศษณ์ บอกความเป็นคำถาม เช่น
-
แม่จะไปไหน
-
เธออายุเท่าไร
-
แกล้งเขาทำไม
-
ไยจึงไม่มา
8.
ประติชฌาวิเศษณ์ (บอกการตอบรับ) มีคำว่า คะครับ จ้ะ จ๋า ขา ฯลฯ
9.
ประติเศษวิเศษณ์ แสดงความปฏิเสธ เช่น ไม่ ไม่ใช่ หามิได้บ่
10.
ประพันธวิเศษณ์ แสดงหน้าที่เชื่อมประโยค เช่น ที่ ซึ่ง อัน
-
เขาพูดอย่างที่ใคร ๆ ไม่คาดคิด
-
เธอเดินไปหยิบหนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะ
-
ของมีจำนวนมากอันมิอาจนับได้
แบบฝึกหัดที่4
ชื่อ……………………………………เลขที่…………
ให้เลือกคำวิเศษณ์ที่กำหนดให้เติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง
นั้น บน ใคร ทั้งหมด ที่ เช้า ครับ อ้วน เท่าไร ไม่ใช่
1. หมูกินอาหารมากจึง…………
2.
ในตอน…………..เราต้องรีบตื่นนอนไปโรงเรียน
3.
อยู่……….โต๊ะมีหนังสือวางอยู่หลายเล่ม
4.
เสื้อผ้า………..ที่จะใช้อยู่ในกระเป๋าแล้ว
5.
เรือลำ………..วิ่งเร็วมาก
6.
เลขง่ายอย่างนี้…….ก็ทำได้
7.
แม่อายุ…………….
8. ………..
แม่ผมจะไปเดี๋ยวนี้
9.
เขา…………คนขโมยดินสอของเพื่อน
10.
เขาพูดอย่าง……….ใคร ๆไม่คาดคิด
คำบุพบท
คำบุพบท คือคำที่ใช้นำหน้าคำอื่นแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1.
ไม่เชื่อมกับบทอื่น ได้แก่ คำทักทาย หรือร้องเรียน เช่น ดูกร ข้าแต่ อันว่า แน่ะเฮ้ย
2.
เชื่อมกับบทอื่น ได้แก่ โดย ของ บน
-
พวกเราเดินทางโดยรถยนต์
-
ขนมเหล่านั้นเป็นของคุณแม่
-
นกเกาะอยู่บนต้นไม้
-
เขาเดินไปตามถนน
-
ฉันเขียนหนังสือด้วยปากกา
-
เขามาถึงตั้งแต่เช้า
-
ในหลวงทรงเป็นประมุขแห่งชาติ
-
เขาบ่นถึงเธอ
-
นักโทษถูกส่งไปยังเรือนจไ
-
ครูชนบทอยู่ไกลปืนเที่ยง
-
นักเรียนอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องเรียน
-
ข้าวในนาปลาในน้ำ
-
ประชาชนทุกคนอยู่ใต้กฎหมายของบ้านเมือง
การใช้คำ กับ แก่ แด่ต่อ
กับ ใช้กับการกระทำที่ร่วมกันกระทำ
-
เขากับเธอมาถึงโรงเรียนพร้อมกัน
-
พ่อกับลูกกำลังอ่านหนังสือ
แก่ใช้นำหน้าผู้รับที่มีอายุน้อยกว่าผู้ให้ หรือเสมอกัน
-
คุณครูมอบรางวัลแก่นักเรียน
-
เขามอบของขวัญปีใหม่แก่เพื่อน
แด่ใช้นำหน้านามที่เป็นผู้รับที่มีอายุมากกว่า หรือกับบุคคลที่เคารพ
-
นักเรียนมอบของขวัญแด่อาจารย์ใหญ่
-
ฉันถวายอาหารแด่พระสงฆ์
ต่อให้ในการติดต่อกับผู้รับต่อหน้า
-
จำเลยให้การต่อศาล
-
ประธานนักเรียนเสนอโครงการต่ออาจารย์ใหญ่
-
หาคนหวังดีต่อชาติ
-
ผู้แทนราษฎรแถลงนโยบายต่อประชาชาน
แบบฝึกหัดที่5
ชื่อ…………………………………………..เลขที่……………
-----------------------------------------------------------------------------------
ให้เลือกคำกับ แก่ แก่ ต่อ เติมลงในช่องว่างให้ได้ใจความถูกต้อง
1.
ฉัน………เธอไปซื้อหนังสือด้วย
2.
เขาสารภาพ…………..หน้าครูว่าเขาทำผิดจริง
3.
แม่ให้ขนม…………..ลูก ๆ ในวันเกิด
4.
เขาส่งบัตร ส.ค.สให้………เพื่อนในวันปีใหม่
5.
แม่ถวายเครื่องไทยทาน………..พระสงฆ์
6.
พี่………..น้องช่วยกันทำอาหารเช้า
7.
ลูกเสือปฏิญาณตน………..หน้าผู้กำกับหมู่ลูกเสือ
8.
ครูแจกเสื้อผ้าให้ …………นักเรียนขาดแคลน
9.
เด็กต้องแสดงความเคารพ……………ผู้ใหญ่
10.
นักเรียนมอบของขวัญ……….ครูใหญ่
คำสันธาน
คำสันธาน คือคำเชื่อมคำ หรือประโยคเชื่อมประโยคให้ต่อเนื่องกัน มี 2 ลักษณะ คือ
1.
เชื่อมคำกับคำ เช่น พี่กับน้อง เขียนกับอ่าน ลูกและหลาน
2.
เชื่อมประโยคกับข้อความ หรือข้อความกับประโยค มี 4 ลักษณะคือ
ก. คล้อยตามกันเช่น พอล้างมือเสร็จก็ไปรับประทานอาหาร
ข. ขัดแย้งกัน เช่นแม้เขาจะขยั้นแต่ก็เรียนไม่สำเร็จ
ค. เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นเธอจะอ่านหนังสือกรหรือจะเล่น
ง. เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น เพราะรถติดเขาจึงมาสาย
แบบฝึกหัดที่ 6
ชื่อ…………………………………………เลขที่…………………
ให้เลือกคำสันธานที่กำหนดให้เติมลงในช่องว่างให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์ถูกต้อง
ก็หรือ แต่ก็ เพราะ และ แต่
1.
พอเขากับถึงบ้าง………..รีบอาบน้ำกินข้าว
2.
เธอจะเอาสมุด…………ดินสอเลือกเอาเอง
3.
แม้พ่อแม่จะขยันทำงาน…….ไม่ร่ำรวย
4.
เขาสอบได้คะแนนดี………เขาตั้งใจเรียน
5.
สุดา………มานีทำการบ้านด้วยกัน
6.
เพื่อนๆ ไม่ชอบเขา……….เขาชอบเอาเปรียบผู้อื่น
7.
คุณแม่ทำอาหาร………..คุณพ่อไปวิ่งออกกำลัง
8.
เธอจะไปห้องสมุดอ่านหนังสือกับฉัน………..ไม่
9.
กว่าแพทย์จะมาคนป่วย……….สลบไปเสียแล้ว
10.
นกน้อยทำรัง……….พอตัว
คำอุทาน
คำอุทาน คือคำที่เปล่งออกมาบอกอาการหรือความรู้สึกของผู้พูดแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1.
อุทานบอกอาการหรือบอกความรู้สึก จะใช้เครื่องหมาย อัศเจรีย์ ( ! )
กำกับข้างหลัง เช่น
อุ๊ย ! พุทโธ่ ! ว๊าย! โอ้โฮ! อนิจจา!
2.
อุทานเสริมบทเป็นคำพูดเสริมเพื่อให้เกิดเป็นคำที่สละสลวยขึ้น เช่น
-
รถรา
-
กระดูกกระเดี้ยว
-
วัดวาอาราม
-
หนังสือหนังหา
-
อาบน้ำอาบท่า
-
กับข้าวกับปลา
แบบฝึกหัดที่ 7
ชื่อ…………………………………………เลขที่…………….
ให้เขียนเครื่องหมาย ทับตัวอักษรหน้าข้อของคำตอบที่ถูกต้อง
1. คำนาม หมายถึงข้อใด
ก. คำเรียกชื่อทั่วไป
ข. คำเรียกชื่อเฉพาะ
ค.คำเรียกสิ่งที่มีตัวตน
ง. คำเรียกชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่
2.
คำเรียกชื่อเฉพาะเจาะจง ตรงกับข้อใด
ก. สมุหนาม
ข. อาการนาม
ค.สามานยนาม
ง. วิสามานยนาม
3.
คำนามใช้เป็นสวนใดของประโยค
ก. ประธาน
ข.กรรม
ค. บทเชื่อม บทขยาย
ง. ประธาน กรรม
4. “
สาธิตและดวงแก้วไปซื้อกับข้าวที่ตลาดลางลำพูมีวิสามานยนามกี่คำ
ก. 2 คำ
ข. 3 คำ
ค. 4 คำ
ง. 5 คำ
5.
สรรพนาม คืออะไร
ก. คำเรียกชื่อ
ข. คำบอกชื่อ
ค.คำแทนชื่อ
ง. คำและชื่อ
6.
ข้อใดเป็นสรรพนามบุรุษที่ 1
ก. เขา
ข.ท่าน
ค. ฉัน
ง. เธอ
7.
ข้อใดเป็นอกรรมกริยา
ก. ตัด
ข. ยืน
ค.ยิง
ง. จับ
8.
ข้อใดเป็นสกรรมกริยา
ก. นอน
ข. ขาย
ค. ร้องไห้
ง.วิ่ง
9.
ข้อใดมีคำสันธาน
ก. ฝนตกแต่แดดออก
ข. ของหายเมื่อวันวาน
ค.ของหายตะพายบาป
ง. เธอซื้อเสื้อจากที่ไหน
10.
ชาวนาดำนา คำว่า ดำเป็นคำชนิดใด
ก. อกรรมกริยา
ข. สกรรมกริยา
ค. สามานยนาม
ง.วิสามานยนาม
11.
ผู้ชายชอบผู้หญิงสวย สวยเป็นคำชนิดใด
ก. อกรรมกริยา
ข.สกรรมกริยา
ค. สันธาน
ง. วิเศษณ์
12. สันธาน คืออะไร
ก. คำขยาย
ข. คำเชื่อม
ค. คำบอกอาการ
ง.คำแทนผู้พูด ผู้ฟัง
13.
ข้อใดเป็นคำวิเศษณ์บอกสถานที่
ก. สำหรับ
ข.อ้วน
ค. ต่าง
ง. ชิด
14.
คำใดใช้ลักษณะนามเหมือนกัน
ก. ธนูรถยนต์
ข. บ้าน ปากกา
ค. แคน แห
ง. นาฬิกา หนังสือ
15. “แห…..นี้ชำรุดมากแล้วลักษณนามข้อใดถูกต้อง
ก. ซี่
ข. หลัง
ค.ปาก
ง. ปื้น
16.
ข้อใดเป็นอุทานแสดงความสงสัย
ก. อ้อ! รู้แล้ว
ข. โอ๊ย!เจ็บจริง
ค. โอ้โฮ! สวยจัง
ง. เอ๊ะ! ทำไมไม่เห็น
17. “
นิดไปตลาดซื้อตำลึงให้คุณแม่สัก 3 …….. นะจ๊ะ
ก. ต้น
ข. กอ
ค. กำ
ง.ใบ
18. “
บุหรี่ 1 ….มี 20….ต้องใช้ลักษณนามตามข้อใด
ก. กล่อง หีบ
ข. ซองมวน
ค. ซอง จีบ
ง. หีบ มวน
19.
ข้อใดใช้บุพบทผิด
ก. ปลาในน้ำ
ข.เขาเห็นด้วยตา
ค. ไปกับเพื่อน
ง. ถวายอาหารแด่พระสงฆ์
20.
คำกริยาในข้อใดเป็นอกรรมกริยา
ก. น้องดื่มนมทุกวัน
ข.พี่กวาดบ้านจนสะอาด
ค. คุณแม่เดินเล่นกลางสนาม
ง. น้ากวาดบ้านจนสะอาด
เฉลยแบบฝึกหัด ชุดที่ 7
1.
2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.
 


จำนวนที่เข้าชม : 726   [ คลิกขึ้นบน ]


5 blog ล่าสุด

      ใบสมัครเว็บครูประสงค์ By :Phum22 [ 28 / พ.ค. / 2557 ] 
      คนดังเขาชอบไปเที่ยวทะเลที่ไหน??? By :Piyathida211 [ 26 / เม.ย. / 2557 ] 
      10 เมืองหิมะที่ดีที่สุดในโลก  By :Piyathida211 [ 24 / เม.ย. / 2557 ] 
      เบลปลื้มหวังเรียกแรงบันดาลใจกลับสู่ทีมได้ ในฟุตบอลโลก 2014 By :sbopost [ 20 / มี.ค. / 2557 ] 
      แหล่งท่องเที่ยวที่ จันทร์บุรี By :Piyathida211 [ 12 / มี.ค. / 2557 ] 


 
ชื่อ/อีเมลล์ :  สมาชิกระบบจะกรอกให้อัตโนมัติ
ใส่รหัสยืนยัน
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ข้อความ :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้ง Webmaster Krusongsom.net เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป


@การเขียนบรรณานุกรม
@เรียงร้อยถ้อยกวี
@ภาษากูยหรือส่วย
@ศิลปะการพูด
@บทอาขยานม.๖
@สรภัญญ์สุรินทร์ถิ่นงาม
@ผญา บูชาครู
@สอนยังไงได้มาตรฐานสากล
@ตำนานแซนโฏนตา
@GPAS
@งานวิจัยการศึกษา
@เพลงในวรรณคดี
@ ISการศึกษาค้นคว้าฯ
@ผลงานนักเรียน
@สร้างข้อสอบออนไลน์
@สะเก็ดข่าวง่วงถ้วนหน้า
@เล่าเรื่องส.ธ. ตรึงจิต
@รวมนิทานพื้นบ้าน
@โปงลางสิรินธร
 

[บนสุด]

 

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนการสอนเท่านั้น ขอสงวนสิทธิ์ในการคัดลอกข้อมูลส่วนหนึ่งส่วนใดเด็ดขาด
ข้อมูลที่เป็น เนื่อหาบทเรียน  งานเขียน  บทความ และอื่นๆ เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและแหล่งอ้างอิงนั้นๆ

 

copy©left 2009-2010 kruprasong.net
ขอสงวนลิขสิทธิ์แทมเพลตของเว็บไซต์ และโมดูลบางตัวที่เขียนขึ้นใช้เฉพาำะในเว็บไซต์นี้เท่านั้น
ดูแล ออกแบบและพัฒนาระบบโดย ทศนาท เที่ยงตรง ควบคุมดูแลและสร้างสรรค์เนื้อหาโดย อาจารย์ประสงค์ โสมรัตน์นานนท์


สนับสนุนโดย cms maxsite

 

สำหรับผู้ดูแลระบบเท่านั้น!!